มวยไทย

มวยไทย

มวยไทย  กีฬาสร้างเงินล้านที่แลกมาด้วยเลือดและบาดแผล

มวยไทย

www.onlinecasinogamlingforrealmoneyusa.com

มวยไทย หรือ อย่างที่ทั่วโลกรู้จักกัน ในนาม ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 ( Art of Eight Limbs ) นั้นเป็นศิลปะการต่อสู้ และ ป้องกันตัวของไทย

เหมือนกับ เทควันโดของเกาหลี กังฟูของจีน คาราเต้ และ ยูโดของญี่ปุ่น แต่มวยไทย มีความโดดเด่นด้าน การกอดต่อสู้ ซึ่งโจมตีด้วยอาวุธทางร่างกาย หรือ ที่เรียกว่า นวอาวุธ ทั้งหมด 8 จุด ได้แก่ 2 หมัด , 2 เท้า , 2 เข่า , 2 ศอก ซึ่งเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ เพื่อใช้ฝึกทหาร และ ชาวบ้านในการทำสงคราม

มวยไทยยังนับเป็นศิลปะการต่อสู้ประเภทหนึ่ง ที่เก่าแก่ระดับโลกเลยทีเดียว เนื่องจากนักมวยไทย สามารถเอาชนะนักต่อสู้แขนงอื่น ๆ ได้ทั้งหมด

จนเป็นที่รู้จักทั่วโลกในช่วงศตวรรษี่ 20 แต่ในปัจจุบัน มวยไทยได้ถูกบัญญัติเป็นการกีฬาแทน และ ยังได้รับการยอมรับจาก องค์การสหประชาชาติ ให้มวยไทย เป็นกีฬาแห่งประชาคมโลก เมื่อ พ.ศ. 2557 ที่ผ่านมา

หากใครเคยรับชม รายการถ่ายทอดสดการแข่งมวยไทย หรือ บางคนอาจจะเคยรับชม จากเวทีมวยจริง ก็จะเห็นว่า การต่อยมวยแต่ละครั้ง นักมวยนั้น

จะมีแผลฟกช้ำดำเขียวตามตัว คิ้วแตกบ้าง ปากแตกบ้าง โหนกแก้มแตกบ้าง สันจมูกแตกบ้าง หรือ ถึงกับเลือดอาบหน้าเลยก็มี ยิ่งในบางราย ที่โดนชกจนน็อค หมดสติไปเลยก็มี แต่รอยแผล และ หยดเลือดเหล่านั้น กลับสร้างรายได้ให้พวกเขาได้ไม่น้อย จนหลาย ๆ คน ถึงขั้นผันตัวมาเป็นนักมวยอาชีพเลยทีเดียว

ความเป็นมาของ มวยไทย ใครกันที่สรรค์สร้าง

มวยไทย สืบทอดมาจาก มวยโบราณ แบ่งออกเป็น 4 สายสำคัญหลัก ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ได้แก่ มวยโคราช ( ภาคอีสาน ) มวยลพบุรี และ มวยพระนคร

( ภาคกลาง ) มวยไชยา ( ภาคใต้ ) และ มวยท่าเสา ( ภาคเหนือ ) ดังเช่นวลีนี้ " หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา "

เมื่อก่อนมวยไทย เรียกว่า " ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 9 " เพราะโจมตีด้วยอาวุธทางร่างกายทั้งหมด 9 จุด ได้แก่ 2 หมัด , 2 เท้า , 2 เข่า , 2 ศอก และ 1 หัว

แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 8 จุด เพราะ กติกาปัจจุบัน ตัดการใช้หัวโขกออกไป จึงเรียกว่า " ศาสตร์แห่งอาวุธทั้ง 8 " แทน

หากกล่าวถึงที่มาของมวยไทย ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้น มวยไทย หรือ มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่สันนิษฐานว่า มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย

ที่ใช้ดาบ หอก โล่ห์ในการสู้รบ เนื่องจากไทยเราทำสงคราม กับประเทศเพื่อนบ้านอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งการรบด้วยดาบ หอก โล่ห์ จะรบในระยะประชิดตัว เพื่อป้องกันการเข้าถึงตัวได้ จึงได้มีการฝึก การใช้เท้าถีบ เตะ ตีเข่า ออกศอก ใส่คู่ต่อสูู้เพื่อให้เพลี่ยงพล้ำ เสียหลักแล้วฟันทิ้งเสีย จึงมีการตั้งสำนัก เพื่อสอนชาวบ้านให้ชกมวยเป็น และ เมื่อพ้นจากช่วงสงคราม จึงได้นำการชกมวย มาแข่งเล่นสนุก ๆ กันตามงานวัด งานประเพณีต่าง ๆ โดยมีการส่งตัวแทน นักมวยที่เก่งที่สุด จากแต่ละหมู่บ้านมาชกกัน และ มี การพนันมวย กัน แต่ในสมัยนั้น เป็นการชกแบบมือเปล่า เรียกได้ว่ารับหมัดแบบเต็ม ๆ เลยทีเดียว และ มวยไทย ก็ได้ถือกำเนิดขึ้นเต็มตัว ในสมัยอยุธยาตอนต้น เมื่อ นายขนมต้ม ชกชนะพม่าถึง 10 คน ทำให้พระเจ้ามังระ กษัตริย์ของพม่าเอ่ยว่า " คนไทย แม้มีเพียงมือเปล่าก็ยังมีพิษสง แม้ว่าจะไม่มีดาบก็ตาม ถ้าไม่เป็นเพราะ กษัตริย์ขัดคอกันเอง ก็คงไม่ต้องเสียทีข้าศึกเช่นนี้ " นายขนมต้ม จึงได้ชื่อว่าเป็น "บิดาแห่งมวยไทย"

สมัยต่อมา สมัยอยุธยาตอนปลาย เรียกเป็น มวยคาดเชือก เนื่องจากมีการ นำเชือกมาใช้พันรอบมือ บางครั้งมีการใช้เชือกชุบน้ำมันชุบเศษแก้วละเอียด

ทำให้มีการชกกันถึงตายเลยทีเดียว จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ มีการใช้ด้ายดิบเส้นโต ชุบแป้ง หรือ น้ำมันดิน ให้แข็งให้แข็งมาพันมือแทน โดยพันตั้งแต่สันมือถึงข้อศอก เพื่อป้องกันการบาดเจ็บของมือ และ แขน สวมมงคลไว้ที่ศีรษะ และ ผูกประเจียดไว้ที่ต้นแขน และ เริ่มมีเวทีมวยให้แข่งขันกัน โดยใช้เชือกกั้นเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส

ต่อมาสมัย รัชกาลที่ 6 ได้มีการนำรูปแบบมวยสากล มาประยุกต์ เช่น การกำหนดยก นับคะแนนแพ้ชนะ นักมวยแต่งกายตามมุม คือ มุมน้ำเงิน กับ มุมแดง

และ เมื่อในสมัย รัชกาลที่ 7 นายแพ เลี้ยงประเสริฐ นักมวยจากอุตรดิตถ์ ต่อยนายเจียร์ นักมวยเขมร ถึงแก่ความตาย จึงกำหนดกติกาในการชก โดยเปลี่ยนจาก พันเชือก มาเป็นสวมนวมแทน และ มีเวทีจัดแข่งขันมวยไทยมาตรฐานขึ้นแห่งแรก คือ เวทีมวยลุมพินี และ เวทีมวยราชดำเนิน ซึ่งจัดแข่งขันมวยไทย มาจนถึงปัจจุบัน  

ศิลปะมวยไทย อาวุธที่อันตรายถึงชีวิต

มวยไทย
แม่ไม้มวยไทย คือ ท่าของการใช้ศิลปะมวยไทยที่สำคัญ ที่โบราณาจารย์ได้จัดแบ่งไว้ 15 ท่า คือ การรุก และ รับ โดยใช้ หมัด ศอก เข่า เท้า ดังนี้
  1. สลับฟันปลา ท่ารับวงนอก
  2. ปักษาแหวกรัง ท่ารับวงใน
  3. ชวาซัดหอก ท่าศอกวงนอก
  4. อิเหนาแทงกฤช ท่าศอกวงใน
  5. ยกเขาพระสุเมรุ ท่าต่อยตั้งหมัดต่ำก้มตัว 45 องศา
  6. ตาเถรค้ำฟัก ท่าต่อยคางหมัดสูงก้มตัว 60 องศา
  7. มอญยันหลัก ท่ารับต่อยด้วยถีบ
  8. ปักลูกทอย ท่ารับเตะด้วยศอก
  9. จระเข้ฟาดหาง ท่ารับต่อยด้วยเตะ
  10. หักงวงไอยรา ท่าถองโคนขา
  11. นาคาบิดหาง ท่าบิดขาจับตีเข่าที่น่อง
  12. วิรุณหกกลับ ท่ารับเตะด้วยถีบ
  13. ดับชวาลา ท่าปัดหมัดต่อยตอบ
  14. ขุนยักษ์จับลิง ท่ารับ,เตะ,ต่อย,ถอง
  15. หักคอเอราวัณ ท่าโน้มคอตีเข่า

และ ท่าแม่ไม้มวยไทย ที่เคยคร่าชีวิตนักมวยมาแล้ว คือ ท่าหนุมานถวายแหวน ซึ่งเป็นท่าชกหมัดคู่เสยเข้าที่ปลายคาง เนื่องจาก นายแพ เลี้ยงประเสริฐ

นักมวยจากอุตรดิตถ์ ใช้ ท่าหนุมานถวายแหวน ต่อยถูกลูกกระเดือกของนายเจียร์ นักมวยจากเขมร จนสิ้นใจบนเวที เสียชีวิตคาที่ เลยทีเดียว และ หากพูดถึงอาวุธ ในศิลปะมวยไทย ที่อันตรายที่สุด ก็คงจะไม่พ้น การตีศอก ซึ่งหากโดนเข้าอย่างจังอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ซึ่งมีข่าวมากมายที่มีให้เห็น เป็นตัวอย่างว่าอันตรายขนาดไหน

มวยไทยนอกจากจะสร้างรายได้ให้นักมวยแล้วยังสร้างรายได้ให้กับผู้ชมอีกด้วย

แม้จะรู้ว่าการต่อยมวยนั้น มีความเสี่ยงเพียงใด ทั้งเสี่ยงเจ็บตัว เสี่ยงพิการ และ อาจถึงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ นักมวยหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะเผชิญกับมัน

บางคนอาจต่อยเพราะมีใจรักในด้านนี้จริง ๆ แต่สำหรับบางคนเขาหวังจะต่อยมวย เพื่อหาเลี้ยงปากท้องของตนเอง และ ครอบครัว และ แน่นอนว่าการชกมวย ซึ่งเต็มไปด้วยความเสี่ยงเช่นนี้ สามารถสร้างรายได้ให้พวกเขาในจำนวนที่สูงลิ่ว ยกตัวอย่างเช่น รถถัง จิตรเมืองนนท์ เขามีค่าตัวหลักล้านบาท ต่อ 1 ไฟต์ เขาให้สัมภาษณ์ว่า การชกมวยหาเงินได้ง่ายมาก ตอนต่อยไฟต์แรกที่กรุงเทพ เขาก็ได้เงินค่าตัวหลักหมื่นเลย อาชีพนักมวย เหนื่อยแค่ตอนซ้อม เจ็บนิดหน่อยก็รักษาได้ แต่เทียบกับไปทำงานก่อสร้าง แบกหามหลังขดหลังแข็งทุกวัน ได้วันละ 300 บาท มันไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวให้สุขสบายได้

และ เช่นเดียวกันกับ คอมวย เซียนมวย ทั้งหลายที่สามารถหาเงินได้ไม่น้อยจาก การเล่นพนันมวย แทงมวยออนไลน์ นั่นเอง

เมื่อก่อนหากจะเล่น พนันมวย แต่ละครั้งช่างลำบาก เนื่องจากไม่ค่อยมีบ่อนรับแทงต้องแทงตามข้างเวที ข้างสนามเท่านั้น แต่ในปัจจุบันยุค Digital 4 . 0 แล้ว ทุกคนสามารถรับชม และ แทงมวยออนไลน์ ผ่านโทรศัพท์มือถือได้เลย ทั้งสะดวก และ สามารถแทงได้หลายเวทีในเวลาเดียวกันทั้งเวทีลุมพินี ราชดำเนิน หรือ ช่อง 7 ทุกคู่ทุกเวทีถูกรวบรวมไว้ในเว็บ พนันมวยออนไลน์ ทั้งหมดแล้ว ทำให้ผู้คนจำนวนมาก สามารถทำเงินจากการเล่นพนันมวยออนไลน์ ได้อย่างง่ายดาย เรียกได้ว่า นักมวยก็รวย พนันมวยก็รุ่ง เลยก็ว่าได้