เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะความไม่แน่นอนของสถานการณ์เกี่ยวกับโควิด-19 หรือเปล่าที่ทำให้รู้สึกอย่างนั้น แต่ความปราชัยที่วิคาเรจ โร้ด อันทำให้โครงการพังสถิติต่างๆ ของลิเวอร์พูลชุดนี้ล่มลงตรงหน้าไม่ได้ชวนให้หงุดหงิดอะไรเลย

ไม่ใช่เรื่องใหญ่.. ฤดูกาลไร้พ่ายทำไม่ได้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ สถิติไม่แพ้ใคร 49 นัดของอาร์เซน่อลยังอยู่ต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทำลายสถิติชนะรวด 18 เกมติดต่อกันของแมนฯ ซิตี้ไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่

เดอะค็อปบางคนอาจรู้สึกเหมือนกัน บางคนก็อาจรู้สึกไม่เหมือนกัน สำหรับผม เมื่อสถานการณ์มาถึงจุดที่ตำแหน่งแชมป์ไม่น่าจะหลุดมือแน่นอนแล้วก็ยอมรับว่าลุ้นกับการทำลายสถิติเหล่านั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งฤดูกาลไร้พ่ายและไม่แพ้ติดต่อกันนานที่สุดอย่างที่ทีมปืนใหญ่เคยทำ

แน่นอนครับ แชมป์ลีกย่อมเป็นยอดปรารถนา เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน ความคิดคนก็เปลี่ยนได้เสมอ ได้คืบก็อยากจะเอาศอก เมื่อแชมป์อยู่ในมือค่อนข้างแน่และทีมมีโอกาสทุบสถิตินู่นนี่นั่นมากมาย ใจก็มุ่งไปที่การทำสถิติเหล่านั้น

ตอนที่ถูกเวสต์แฮมพลิกกลับมานำ 1-2 ผมใจเต้นรัว ไม่อยากให้ทีมต้องแพ้เลยทั้งๆ ที่ต่อให้ปราชัยก็ยังมีคะแนนทิ้งห่างไกลลิบไม่กระทบต่อโอกาสคว้าแชมป์ลีก แต่มันเสียดายสถิติไม่แพ้ใครที่ยาวนานจนมองถึงการทุบสถิติของอาร์เซน่อลได้

เมื่อแซงกลับมาอัดขุนค้อนได้จึงโล่งใจ ทีมชนะด้วยและสถิติไร้พ่ายยังเดินหน้าต่อไปด้วย

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

ก่อนเกมเยือนวัตฟอร์ดเชื่อว่าไม่มีใครคาดคิดถึงสกอร์ที่ออกมาแน่ กระทั่งความพ่ายแพ้ก็ยังนึกไม่ออก

เพราะลิเวอร์พูลแข็งแกร่งขนาดนั้น ไม่แพ้ใครมายาวนานขนาดนั้น วัตฟอร์ดอาจจะดีขึ้นมากในยุค ไนเจล เพียร์สัน แต่ก็ไม่ดีพอที่จะโค่นแชมป์โลกและแชมป์ยุโรปได้หรอก

แต่แล้วขุนพลแตนอาละวาดก็พิสูจน์ให้รู้ว่าเราคิดผิด และสำหรับเกมลูกหนังแล้วคุณไม่อาจวางใจอะไรได้เลย

นี่คือเกมที่ลิเวอร์พูลปราชัยราบคาบที่สุดในรอบ 2 ฤดูกาลอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา เกมแพ้แอต.มาดริดเมื่อกลางสัปดาห์ว่าเหมาะสมแล้วแต่ก็ยังมีเสียงค่อนขอดถึงวิธีการเล่นของทีมตราหมีว่าไม่สง่างาม เจ้าเล่ห์ ตุกติก สำออย ฯลฯ

มาเกมนี้.. ไม่มีข้อแก้ตัวอะไรเลย

แพ้ก็คือแพ้ ฟุตบอลเป็นกีฬาและธรรมชาติของกีฬาก็คือคุณมีแพ้มีชนะ ไม่มีใครชนะตลอดไปหรอก

มีวันที่เล่นดี มีวันที่เล่นแย่ มีวันที่ดวงแตก และกระทั่งมีวันที่ทุกอย่างเข้าทางหมดเลย

เกมนี้ลิเวอร์พูลแพ้วัตฟอร์ดในเกือบทุกรายละเอียด ความตื่นตัวในการเล่น ความมุ่งมั่น แรงฮึดที่อยากเป็นผู้ชนะ การฉกฉวยโอกาส ความเฉียบขาด และการจำกัดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด

วัตฟอร์ดทำได้ดีกว่าทั้งหมด การเล่นเกมรับของพวกเขามีวินัยเต็มที่ ถ้าผ่านบอลแนวขวางวัตฟอร์ดปล่อยให้นักเตะหงส์ทำได้ตามสบาย แต่ถ้าส่งบอลพุ่งขึ้นหน้าเมื่อไหร่ไม่ปล่อยให้มีเวลาคิดเด็ดขาดด้วยการเข้าถึงทันที

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

ทำอย่างนี้ตลอดทั้งเกมไม่มีหย่อน ตั้งแต่ตอนที่สกอร์ยัง 0-0 จนกระทั่งนำ 3-0 ก็ยังเล่นอย่างนั้น

เป็นการแก้ตัวอย่างยอดเยี่ยมหลังมือเปล่ากลับจากแอนฟิลด์ในนัดแรกที่เจอกันพร้อมความกังขาในโอกาสทองครั้งแล้วครั้งเล่าที่ตัวเองโยนทิ้งไปเอง

มีโอกาสคราวนี้ วัตฟอร์ดไม่ยอมพลาดอีกแล้ว และพวกเขาก็ทำได้เสียด้วย เปิดแผลและแหวกจุดอ่อนของหงส์แดงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การผ่านบอลทะลุแนวรับที่ยืนสูง การรักษาสมาธิอ่านเกมของคู่ต่อสู้อย่างประตู 3-0 ที่ล็อกเป้าไว้ตั้งแต่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้บอลแล้วว่าอาจจะส่งคืนกลับหลัง

ลงโทษความผิดพลาดส่วนบุคคลและรายละเอียดที่ลิเวอร์พูลมองข้าม อย่างประตูแรก เดยัน ลอฟเรน มุ่งชิดตัวประกบจนไม่กระโดดเล่นบอล ส่วน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็ปล่อยให้ อับดุลลาย ดูกูเร่ ได้ผ่านบอลง่ายเกินไป

ประตูที่สอง ฟาน ไดค์ ยืนออกด้านนอกใกล้ริมเส้นปล่อยให้ อิสไมล่า ซาร์ อยู่ข้างหลังซึ่งเป็นตำแหน่งที่เสียเปรียบ และโดยปกติเรามักจะเห็นเขาคอยควบคุมสถานการณ์อยู่ด้านในสนามมากกว่า เมื่อถูกเปิดบอลอ้อมตัว ดาวเตะเซเนกัลจึงได้หลุดเดี่ยวอย่างนั้น

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

ลิเวอร์พูลเนือยมากในเกมนี้ การเคลื่อนเกมของกองกลาง การเคลื่อนที่ของกองหน้าดูช้าและไม่มีพื้นที่ให้เล่น มันคือเหตุผลประกอบกันทั้งขยับต้วช้ากันหมดและเกมป้องกันของเจ้าแตนเตรียมตัวมาดี

    วัตฟอร์ดจึงเป็นทีมแรกและทีมเดียวในเวลานี้ที่มีสถิติ เฮดทูเฮด ดีกว่าลิเวอร์พูลสำหรับซีซั่น 2019/20 และทำให้ยังไม่เคยมีทีมไหนทำผลงานเฮดทูเฮดดีกว่าคู่ต่อสู้ทั้ง 19 ทีมในซีซั่นเดียวต่อไป

เป็นอีกหนึ่งในหลายๆ สถิติที่หลุดลอยไปจากความพ่ายแพ้ขาดลอยนัดนี้

ถึงกระนั้นสุดท้ายแล้วมันก็จะเป็นอีกเกมที่ผ่านไป

เมื่อมันเกิดขึ้นจริงๆ จากที่เคยคิดว่าเราคงจะเสียดายกว่านี้เรื่องสถิติไร้พ่าย มันกลับไม่เสียดายอะไรเลย

 ถามว่าเจ็บปวดไหมก็ไม่เจ็บปวดอะไร ถามว่าเสียดายมากไหมก็ไม่เสียหน่อย และเอาเข้าจริงๆ มันกลับมีแง่ดีให้เรามากมาย

ได้โยนเรื่องสถิติที่อาจจะยังรบกวนความคิดทิ้งไปได้ทั้งหมด โล่งแล้ว ไม่ต้องซีเรียสเรื่องไม่แพ้ใครอะไรแล้ว เวลาที่เหลือของฤดูกาลน่าจะกลับมาเป็นลิเวอร์พูลที่ผ่อนคลายอีกครั้ง

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

    นอกจากนี้มันยังทำให้เราได้รู้ว่าการทำสถิติฤดูกาลไร้พ่ายของอาร์เซน่อลนั้นสุดยอดจริงๆ เพราะมันทำยากมาก ความพ่ายแพ้เกมนี้ยืนยันกับเราอีกครั้งว่าทีมปืนใหญ่ชุดอินวินซิเบิ้ล 2003/04 นั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน

เรื่องแชมป์.. ไม่เครียด เรื่องสถิติ.. ก็ไม่ซีเรียส ทั้งยังโล่งเพราะได้ยกออกจากอกและความคาดหวัง ufabetmember

ลิเวอร์พูลยังต้องการอีก 4 เกมเหมือนเดิม แต่คราวนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นชัยชนะทั้งหมดก็ได้ เพราะกุญแจอยู่ที่เกมเจอแมนฯ ซิตี้ในเอติฮัด สเตเดี้ยม คือเกมที่ 4 ที่ว่าพอดี

บอร์นมัธ เอฟเวอร์ตัน คริสตัล พาเลซ คือสามทีมที่อยู่ระหว่างทาง ถ้าชนะได้หมด ลิเวอร์พูลจะต้องการแค่คะแนนเดียวในเกมเยือนเรือใบสีฟ้าวันอาทิตย์ที่ 5 เมษายนเพื่อเป็นแชมป์ทีมใหม่ในถิ่นแชมป์เก่า

ถ้ามองสิ่งที่เสียไปในด้านดี มันก็ยังมีเรื่องดีๆ อีกเยอะ ลิเวอร์พูลยังสามารถมีฤดูกาลที่วิเศษและช่วงเวลาที่หฤหรรษ์เต็มเหวี่ยงได้แม้จะเสียโอกาสทำสถิติมากมายก่ายกอง

เอาเข้าจริงมันกลับไม่รู้สึกเสียดายอย่างที่คิด

การพลาดโอกาสทำลายสถิติไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ตรงกันข้ามมันกลับทำให้เรารู้ซึ้งถึงความยากเย็นของมัน และทำให้เรายอมรับความยอดเยี่ยมของเจ้าของสถิติเดิมมากขึ้น

ในความผิดหวังหรือเสียดาย หลายครั้งมันสอนอีกบทเรียนหนึ่งหรือหลายบทเรียนกับเรา

ก้าวเดินของลิเวอร์พูลยังไม่เปลี่ยนแปลง ไม่หักเห ไม่เรรวน

ภาวนาเพียงอย่างเดียวคือเหตุไม่คาดฝันจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เผื่อใจเอาไว้บ้างกับสิ่งที่อยู่นอกเหนืออำนาจเรา

แต่ก็นั่นล่ะครับ.. Whatever will be, will be

อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเถิดนะ

    ตังกุย

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.onlinecasinogamlingforrealmoneyusa.com